ปิดเทอมนี้เที่ยวอย่างเยอะอ่ะ ว่างจัด พยายามเขียนสั้นๆละกันนะหลายที่เกิ๊นน7-9 เมษา เก็นติ้ง คาเมรอน@มาเลเซีย
วันแรก ทริปนี้เดินทางออกจากหาดใหญ่ตั้งแต่เช้าวันที่ 7 ขึ้นรถบัส มุ่งหน้าสู่เกนติ้ง วื่งบนทางด่วนเหนือ-ใต้ของเมเล เกือบทั้งวัน มีแวะเที่ยว วัดพระสังกจายที่เมือง อิโปร์ ไปถึง เชิงเก็นติ่งก็ 4 โมงแระ นั่งเคเบิ้ลคาร์ ขึ้นเกนติ้ง ประมาณ 30 นาที ซึ่งกระเช้าขึ้นเขาสูง+ หวาดเสียวมาก เนื่องจาก กลัวความสูง ซึ่งอยู่บนเขาสูงประมาณ 1800 ม.ข้างบนหนาวมากๆ ตอนนั้นประมาณ 17 องศา โรงแรมอยู่เหนือเมฆอ่ะ โคตรประทับใจ ไอเราก็ไม่ได้เอาเสื้อหนาวไป หนาวแทบตาย นอนพักที่โรงแรมเฟิร์เวิล์ล วึ่งเป็นโรงแรมที่มีเคาเตอร์เช็คอิน+ ห้องพักมากที่สุดในโลก ซึ่งโรงแรมบนเกนติ้งนี้มีประมาณ 5 โรงแรม(แต่เข้าของคนเดียวกัน) หลายรูปแบบ และทุกห้องจะไม่มีห้องแอร์เลย ตอนกลางคืนก็เดินเล่นสวนสนุกในร่ม + เข้าไปทัศนศึกษาในคาสิโน ซึ่งข้างในมีแต่คนไทย –*
วันที่สอง ตื่นเช้า เห็นทะเลหมอก ตอนเช้าจากห้องพัก สวยดี ลงจากเกนติ้งตอนเช้า ปรากฎว่าหลังจากลงเคเบิ้ล ไม่นาน เคเบิ้ลเกิดค้าง ประมาณ 20 นาที โชคดีที่ลงมมาก่อน จากนั้นก็เข้า กัวลาลัมเปอร์ ไปเที่ยว พระราชวัง + สนามหลวงของมาเลเซีย ซึ่งมี เสาธงชาติที่สูงที่สุดในโลก ที่นี้มีทำลานจอดรถใต้ดิน ไกด์ของทัวร์บอกว่า สมัครได้ไอเดียนี้เลยจะเอาไปทำที่กทม.บ้างแต่โดนคัดค้าน จากนั้นก็แวะถ่ายรูปใกล้ๆ ตึกแผดเปรโตนาส จากนั้นก็ไปเมืองใหม่ ปุราจาย่า ซึ่งสวยๆมากๆ เป็นเมืองราชการ +วางผัง ขุดทะเลสาบใหม่หมด น่ามากทัศนศึกษาที่นี้มากๆ แล้วเดินทางต่อไปยัง คาร์เมรอนไฮแลนด์ ซึ่งคล้ายๆ กับปายในไทย ต้องผ่านโค้งประมาณ 600 โค้ง เล่นเอาเมารถกันหลายคนเลยทีเดียว พักที่โรงแรม สตอบอรี่ปาร์ค ที่นี่้จะคล้ายๆกับทางเหนือของไทย คือมีปลูกสตอบอรี่ พืช ดอกไม้เมืองหนาวต่างๆ เพาะ แถบนี้้เป็นที่อยู่ของชาวตะวันตก ตอน เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แม้แต่ราชาไหมไทยอย่าง จิม ทอมสัน ก็มีบ้านอยู่้ที่นี้ และหายตัวไปอย่างลึกลับที่นี้เช่นกัน
วันที่3 แวะดูสวนผึ้ง+ สวนชา ผักต่างๆ ก่อนเดินทางกลับไทย
ทางรถไฟสายมรณะ@กาญจนบุรี
เนื่องจากตอนนั้นว่างๆมากไม่รู้ไปไหนดี เลยชวนโดม ไปเที่ยวกับ ทริปวันเดียวกลับ ของการรถไฟ ซึ่งมีเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์แลฃะวันหยุดราชการเอง ราคา 100 บาทเอง จะถูกไปไหน ทริปแก้เหงาครั้งนี้ประกอบด้วย เรา สา มน โดมและตูตู้ เสียดาย มีนา ปาน เม่น ไม่ได้มา
ออกเดินทางกันต้องแต่เช้าไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงกันตอน 6โมง รถขบวนนำเที่ยวเป็น ดีเซลราง รุ่้นโตคิว ซึ่งเป๋นครั้งแรกที่ได้นั่งดีเซลรางเหมือนกัน เสียน่ากลัวมาก เพราะตู้มันมีเพลาหมุนทุกตู้ ไม่ได้ ลากจากรถจักรแบบ ขบวนปกติ ไปถึงแแวะเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว +แถวรูปรางรถไฟริมแม่น้ำสวยๆ แถวๆถ้ำกระแซง จนถึงน้ำตกไทรโยค เราก็เดินขึ้นไปต้นน้ำกัน นั่้งกินอาหารเที่ยง จากนั้นฝนก็ตกลงมา ขากลับ แวะตัวเมืองกาญ ไปเที่ยวสุสานทหารพันมิตร ก่อยกลับถึง กทม. เกือบ 2 ทุ่มได้ไต่ภู ดูดาว@ภูกระดึง 25-30 พฤษภา
หลังจากได้รับการทาบทามจากลิงยักษ์หลายหน ว่าจะไปภูกระดึงเลยตัดสินใจไปด้วย ตอนแรกกะไปวันที่ 22 ไปกัน 2 คน จะเปลี่ยวไปไหน 555+
เนื่องจากชวนหลายคนแล้วไม่มีคนไป พระก็บวชอยู่ พอดีมีนากับมนบอกจะไปด้วนเลยตัดสินใจรอให้ส่งงานกิจโชติเสร็จก่อนแล้วไปกันในคืนวันที่ 25 หลังจากวางแผนและเลื่อนมาหลายครั้ง ออกจากตาร์มาร์ท 2ทุ่ม ขึ้นรถ แอร์เมืองเลย กทม- เมืองเลย เที่ยว 21.30 พร้อมๆ กับการถ่าบทำคลิปวิดีโอทำเรียลลิตี้วันแรก ปฏิบัติการทริปคนเศร้าได้เริ่มขึ้น ถึงที่หมายผานกเค้าประมาณ ตี 5 กินข้าวเช้า พอ7 โมงกว่าเลยต่้อรถเข้าอุทยาน ทำเรื่องเช่าเต้นท์ จ่ายค่าประกันขยะ ลูกหาบเรียบร้อยก็เริ่มเดิน ขึ้นภู ตอน 8.15 พอดี ระยะทางเดินขึ้นภู ประมาณ 5 กม. กว่าจะเดินถึง ซำแฮก ซึ่งเป็นซำแรกทื่มีที่ให้หยุดพักก็เล่นเอาเกือบตาย อ๊อดซี่ถึงกับอ้วก จากนั้นก็นั้นก็เดินไปเรื่อยๆ จุดที่เหนื่อยที่สุดคงอยู่ช่วง ซำแคร่ -หลังแป (ยอดภู) เพราะทางตรงนี้ชันมาก กว่าจะถึงหลังแปก็เกือบเที่ยงพอดี จากนั้นก็เดินอีก 3.5 กม.ฝนกดันตกอีก ใจก็เริ่มเซ็งแระ พอเอาเสื้อฝนมาใส่ไม่ทันไร ดันหยุดซะงั้น จึงถึงที่พักที่อุทยาน ข้างบน มีนักท่องเที่ยวแค่พวกเรา 4 คน+ พี่ที่มาด้วยกันอีก1 ภูเป็นของเรา 555+ วันนั้นตอนเย็นเราก็เดินไปผาหมากดูกซึ่งห่างจากที่พักประมาณ 2 กม .ไปดูพระอาทิด ที่ไม่ตกกัน แค่เห็นวิวก็หายเหนื่อยแล้ว
วันที่2 ตอนตั้งแต่ตี4 ครึ่งออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาหมากดูกกัน สวยมากๆ มีทะลหมอกด้วย จากนั้นก็กินข้าว แล้วไปเดินป่าปิด กับเจ้าหน้าที่อุทยาน ป่าปิดนี้เปิดปีละ 2 เดือนนะ ระหว่าง เมษา- พค. แต่ถ้าวันไหนฝนตกตอนเช้าเค้าจะไม่ให้เข้าทันทีเพราะจะกลัวเรื่องน้ำป่า เดินป่าปิด แม่งเหนื่อยมาก ทากก็เยอะ ไปน้ำตกหงษ์ทอง น้ำตกขุนพองซึ่งเปนน้ำตกที่สูงที่สุดในภูกระดึง จากที่นี้เราได้ปีนน้ำตกขึ้นไปด้วยแล้วก็เดินวกกับมาทุ่งหญ้าอันแรก รวมๆแล้วก็ไปกลับเกือบ 15 กม.วันที่3 มีนาเริ่มเดินไม่ไหว วันนี้เราตั้งใจจัไปเดินรอบภูกัน โดยเดินเข้าป่าเที่ยวน้ำตก ตอนเช้าก่อน แล้วแวะไปสระอโนดาตตอนเที่ยง ที่นี้ได้แอบเห็น กอริล่ากินน้ำในสระที่สัตว์ป่ากินด้วย(กูก็กิน) 555+ จากนั้นก็ไปนั่งกินข้าวที่ผานาน้อย แวะผาต่างๆ ไปเรื่อยๆ ผาเหยีบบเมฆ ผาแดง จนสุดท้ายดูอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักซึ่งสวยมากๆ เขียนโปสการ์ดส่งให้เพื่อนๆ ที่ร้านชมภูมะเหมี่ยว ออกจากผา 1 ทุ่ม พร้อมพี่ที่ขึ้นภูพร้อมกัน เดินกลับที่พัก อีก9 กทม. มีเดินเกือบตกผา+ หลงเข้าทุ้งหิ้งห้อยด้วย ขากลับนี่เราเดินกันเร็วมาก ไม่หยุดพักกินน้ำกันเลย ถึงที่พักตอน 3 ทุ่มครึ่ง รวมๆ วันนี้เดินๆ เกือบ27 โลวันที่4 ลงภู 11 โมง ถึงข้างล่างตอนบ่าย 3 พอดี ไปนั่งรอรถที่ผานกเค้าก่อนขึ้นรถกลับกทม. ตอน 1 ทุ่มครึ่ง ถึงกทม. ตี3.30
ทริปนี้หนุกมาก เดินรวมๆ แล้ว 60 กว่าโลอ่ะ เสียดายแทนเพื่อนๆ ที่ไม่ได้มา มาให้ได้นะ ตั้งแต่ยังเดินไหว และ อย่าลืมเข้าป่าปิดด้วยนะ ไว้เรียนจบหรือว่างๆ เด๊ย่วจะไปหน้าหนาวอีกรอบ ทริปหน้าไปทีลอซูกัน ใครจะไปบ้าง
โดม หัวหน้าทัวร์ แท้งกิว ที่ให้กูยืมเงิน 555+
มีน่าา ที่มาด้วยกันจนได้
อ๊อดซี่ ที่ให้กูแกล้งตลอดทริปหน้าไปด้วยกันอีกเน้ออ
สุดยอดอ่ะหนู !!!! เป็นปิดเทอมที่คุ้มมากๆ เลยเพราะหนุได้เที่ยว+ได้ลับวิชา+ได้พัก หลากรสมากๆ
อยากมีหัวใจสะพายเป้ ตะลุยโลกกว้าง
แสรดดดด
มึงจะไปเที่ยวอีกแหละ
มีตังค์เหรอมึง
5555
ทริปหน้าขอแบบกิจกรรมเบาๆบ้างนะ
เดินมะไหว ขอแบบทริปหรู แต่ประหยัดงบอ่ะ 555+
หามาให้ได้นะ
จัดปายยยยยยยย
แต่กูไม่มีเงิน 555
ทริปภูกระดึงสุดยอดอะเพ่
โคดอิจฉา
อิจฉาสุดๆอ่ะ เที่ยวเยอะมากเลยอ่ะ
เค้าว่าจาไปซ่อมทริปภูกระดึงอ่ะ แต่ไม่รุเมื่อไหร่
เด๋วนี้เพื่อนนัดยากมาก งานเยอะ ว่างไม่ค่อยตรง ตังก้อจาง
ให้หนูเที่ยวเผื่อแทนละกัน ^^